วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

3 วิธีออมเงินแบบแฮปปี้ แถมเคล็ดลับวางแผนการเงิน-ลงทุนเพื่ออนาคต

หลายคนคงมีปัญหาอยากจะออมเงิน แต่เวลาที่เก็บเงินรู้สึกไม่มีความสุข เพราะนู่นก็ห้ามซื้อ นี่ก็ห้ามใช้ ฯลฯ ซึ่งที่จริงแล้วเคล็ดลับในการออมคือ เงินก็ต้องเก็บ แต่ก็ต้องใช้เงินอย่างมีความสุขด้วย และไม่ใช่แค่สุขในปัจจุบัน แต่วางแผนเผื่ออนาคตด้วย

วางแผนการเงิน-ออมแบบไหนให้ชีวิตแฮปปี้ตั้งแต่ตอนนี้ถึงอนาคต
บางคนเขาออมเก่ง แต่ก็ไม่แฮปปี้  ส่วนบางคนใช้เงินเก่งก็ไม่มีเงินอนาคต แถมปัญหาใหญ่ของทุกคนบนโลกคือ เราไม่รู้ว่าอนาตตจะเป็นอย่างไร เพราะเศรษฐกิจเมื่อโตขึ้นของก็แพงขึ้นตามเงินเฟ้อ ดังนั้นการเก็บเงินในวันนี้จะพอใช้ในอนาคตหรือ?  ซึ่งการจะออมเงินได้เราต้องแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ

1. วิเคราะห์และคิดต่อว่าสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ในการใช้ชีวิตว่ามีอะไรบ้าง เช่น ค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ฯลฯ ซึ่งปัจจัย 4 ของแต่ละคนต่างกัน อย่างบางคนอาจจะเลือกที่จะซื้อรถเพราะสามารถใช้ขายของสร้างรายได้ วิธีการออมก็ขึ้นอยู่กับความถนัดเช่น แยกเงินออมออกมาก่อนใช้จ่าย เป็นต้น

2. ออมเงินแบ่งตามเป้าหมาย เช่น แบ่งเงินสำหรับออมเพื่อใช้หลังเกษียณ ซื้อรถ ซื้อบ้าน แต่งงาน ฯลฯ เพราะจะสามารถแยกแยะ และวางแผนได้ว่าใช้ระยะเวลาในการออมเท่าไร และลงทุนแบบไหนได้บ้าง ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือ การแยกแต่ละบัญชีเลยว่าออมเพื่อใช้กับอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นชัดเจน และเรามีวินัยมากขึ้นไม่เผลอดึงไปใช้จ่ายกับส่วยอื่น เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเก็บรวมในบัญชีเดียว หรืออาจจะแยกแค่ LTF RMF เท่านั้น

3. ต้องไม่ลืมแบ่งเงินส่วนความสุขไว้ แต่ต้องลดสิ่งฟุ่มเฟือยในชีวิตด้วย เช่น แบ่งงบให้ตัวเองว่า 1 ปีนี้หลังจากรายได้หักค่าใช้จ่าย หักภาษีแล้วเหลือเงินเท่าไร แล้วค่อยแบ่งว่าจะใช้เพื่อความสุขเพื่อชีวิตเท่าไร แต่ห้ามใช้เกินงบที่ตั้งไว้


เล่นหุ้นมันยาก แต่ออมหุ้นไม่ยากแถมเสี่ยงต่ำกว่า

แน่นอนว่าเมื่อเก็บเงินได้แล้ว จะใช้เงินเพื่อผลตอบแทนอย่างไรได้บ้าง หลักที่เห็นชัดเจนคือ High Risk High Return หรือเสี่ยงสูงก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง อย่างหุ้น ถือว่ามีความเสี่ยงสูง แต่เราต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่า ตนเองต้องการลงทุนในหุ้น หรือ เก็งกำไรในหุ้น เช่น คนที่อยากซื้อ-ขายหุ้นแล้วได้กำไรในระยะสั้น หรือไม่ได้ดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ส่วนคนที่อยากออมหุ้น คือเปลี่ยนจากการออมเงินในบัญชีเงินฝาก (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันเฉลี่ย 0.5%) และยังออมตามเป้าหมายต่างๆที่ตั้งไว้ ปัจจัยหลักที่ต้องดูคือ

ต้องรู้จักและศึกษาหุ้น บริษัท อุตสาหกรรมนั้นอย่างเต็มที่ มองอนาคตการเติบโตระยะยาว และเข้าซื้อหุ้นเก็บไว้อย่างสม่ำเสมอ (ไม่ต้องรอเก็บเงินเป็นก้อนแล้วซื้อตอนหุ้นถูก)

อย่างไรก็ตามการลงทุนในตลาดไทยช่วง 40 ปีที่ผ่านมา (ไทยเจอวิกฤตมา 3 ครั้ง เช่น ต้มยำกุ้ง สงครามอ่าวเปอร์เซีย แฮมเบอร์เกอร์) ถ้าทยอยซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนเงินเท่าๆกันจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 8% เรียกว่าวิธีการแบบ DCA (dollar-cost averaging) หรือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น