วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เทพบอล ชี้จุดแข็งของการแทงบอล


การจะได้พบเจอกับสูตรการแทงบอลที่ดี ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าสูตรต่างๆ ที่ได้นำเสนอในสื่อแต่ละสำนักนั้น บางครั้งไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง เป็นเพียงสูตรที่คิดกันขึ้นมาเอง ไม่ได้รับการทดลองปฏิบัติอย่างถูกต้องหรือไม่ได้มีการเก็บสถิติอย่างจริงจัง จะเห็นได้ว่าสูตรเหล่านี้จะมีเยอะมาก ทั้งสูตรการเดินเงินแบบแทงทบ หรือจะเป็นสูตรการวิเคราะห์ตัวผู้เล่น หรือการวิเคราะห์สถิติย้อนหลัง สูตรเหล่านี้มีโอกาสทำให้เราได้เงินจากการแทงบอลมากขึ้น แต่ว่าก็ยังไม่ถึง 80 % วันนี้เราจึงอยากนำเสนอสูตรการดูราคาเพื่อให้ได้เปรียบมากที่สุดในการเดิมพัน สูตรเด็ด สูตรดังจาก เทพบอล

สูตรการแทงบอลต่อจากเทพบอล
การแทงบอลต่อ เป็นสิ่งที่นิยมกันมากสำหรับคนไทย แต่ว่าเมื่อมองจากสถิติทั้งหมดที่ผ่าน จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า บอลต่อมีโอกาสได้เงินน้อยกว่าบอลรอง แต่ถึงจะอย่างนั้นนักพนันบอลทั้งหลายต่างก็ยังชื่นชอบการแทงบอลต่ออยู่ดี เพราะฉะนั้น เราจะมาบอกการดูราคาที่เหมาะสมของการแทงบอลต่อเพื่อนักพนันบอลต่อโดยเฉพาะ
บอลต่อไม่ควรแทงก่อนที่บอลจะเริ่มแข่ง โอกาสที่จะเกิดประตูใน 10 นาทีแรกนั้นมีน้อยมากเพราะฉะนั้นหากว่าราคาบอลต่อที่ 1.5 ลูก เมื่อผ่านช่วง 10 นาทีแรกไปแล้ว ราคาจะลดลงมาเหลือเพียงแค่ 1.25 หรืออาจจะเป็น 1.0 แต่ค่าน้ำอาจจะอยู่ที่ 0.50 เราจะสังเกตได้ง่ายๆ เมื่อเวลาเริ่มลดลงเรื่อยๆ ราคาบอลต่อก็จะลดลงเช่นกัน เพราะฉะนั้นควรรอเวลาให้นานที่สุดก่อนจะวางเดิมพันกับบอลต่อ
ที่สำคัญการเล่นบอลต่อนั้นไม่ควรแทงในครึ่งแรก เราควรเล่นแบบเต็มเวลา 90 นาทีเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้เงินให้มากที่สุด

สูตรการแทงบอลรองจากเทพบอล

การแทงบอลรองนั้น เป็นสิ่งที่คนไทยไม่ค่อยชอบมากนัก แต่ว่ามันมีโอกาสได้เงินมากกว่าบอลต่อหลายเท่า จากสถิติทั้งหมดที่ผ่านมา การแทงบอลรองที่ได้ประโยชน์มากที่สุดและมีโอกาสได้เงินมากที่สุดคือบอลรอง การแทงบอลรองให้ได้เปรียบนั้น เราควรวางเดิมก่อนเริ่มเกม เพราะว่าจะได้ราคาดีที่สุด อันนี้เป็นเรื่องปกติ เหล่าเซียนพนันทั้งหลายคงรู้กันดีอยู่แล้ว แต่อีกสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือการแทงบอลในราคาสูง ต่ำ ช่วง 15 นาที สุดท้าย เพราะว่าช่วงนี้จะทำให้เรามีความได้เปรียบมากที่สุด ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย อัตราต่อรองจะอยู่ที่ 0.5 เราควรวางบอลรองในช่วงนี้ เพราะโอกาสที่จะเกิดประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้ายนั้นน้อยมาก

และนี่สูตรการแทงบอลจากเทพบอลที่เราอยากมาแนะนำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเดิมพันได้อย่างแน่นอน



ห้ามพลาด! ผัวเมียถูกหวย 90 ล้าน แย้มเลขเด็ดงวดนี้แบบไม่มีกั๊ก


หลังจากผัวเมียเงินล้าน นายสุรการ สุรัญกุล อายุ 38 ปี และนางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 45 ปี ภรรยา ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 พ.ย.61 จำนวน 15 ใบ ได้รับเงินรางวัล 90 ล้านบาท พร้อมเลขท้าย 2 ตัว อีก 40 ใบ เป็นเงินอีก 8 หมื่นบาท สร้างความฮือฮาให้กับชาวอุดรธานีและชาวบ้านทั่วประเทศ แถมผัวเมียเงินล้านยังประกาศหากถูกหวยอีก 180 ล้านบาท จะนำเงินไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน

โดยนางวรรณลีเผยว่า ทุกวันนี้ตนและครอบครัว ยังใช้ชีวิตตามปกติแบบพอเพียง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และได้พาสามีมาวิ่งแก้บนตามที่สัญญาเอาไว้ พร้อมขอให้ถูกหวยอีก 180 ล้าน เพื่อจะนำไปช่วยเหลือญาติและคนตกทุกข์ได้ยากจริง หรือไม่ก็ขอให้ถูกหวยเลขท้าย 2 ตัว หรือ เลขท้าย 3 ตัว ถือว่าเป็นเงินเทวดา ท่านให้มา ในตอนนี้สั่งซื้อลอตเตอรี่จำนวน 15 ใบ จำนวน 3 ชุด ไปรับเอามาเรียบร้อยแล้ว

“ส่วนเลขเด็ดลอตเตอรี่งวดประจำวันที่ 16 พ.ย.นี้ งวดนี้เพิ่งซื้อเลข 18 กับ 38 โดยซื้อตามอายุของสามี และในช่วงนี้ฝันถึงสามีด้วย ส่วนเลข 18 คือวันเกิดของสามีคือวันที่ 18 พ.ย.”



วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561

10 อันดับนางแบบ ผู้มียอดติดตามใน IG เยอะที่สุดในโลก!!

การเป็นนางแบบไม่ใช่เพียงแค่ต้องมีรูปร่างหรือหน้าตาที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของความมีเสน่ห์ที่จะสามารถดึงดูดทุกสายตาของผู้ชม ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ตอนเดินอยู่บนแคทวอล์ค แต่มันยังรวมถึงตอนที่พวกเธอใช้ชีวิตประจำวันกันอยู่ด้วย พาไปชมสุดยอดของสุดยอดนางแบบ ผู้มียอดติดตามในอินสตาแกรมสูงที่สุดในโลก 10 อันดับนี้มีใครบ้าง ไปชมกันเลยจ้า

อันดับ 10 Adriana Lima (ผู้ติดตาม 11.6 ล้านคน)
หญิงสาววัย 36 ปี หนึ่งในนางฟ้าของงาน Victoria’s Secret ปี 1999 เธอนั้นมีความสามารถมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ตอนอายุเพียง 15 ปี เธอได้รับรางวัล Supermodel of Brazil จาก Ford และในปีต่อมาเธอก็ได้รับตำแหน่ง Ford Model Supermodel of The World


อันดับ 9 Miranda Kerr (ผู้ติดตาม 11.7 ล้านคน)
นางแบบวัย 35 ปี หนึ่งในนางฟ้าของ Victoria’s Secret ปี 2007 และเป็นนางแบบชาวออสเตรเลียเพียงคนเดียวที่ได้ไปเป็นหนึ่งในนางฟ้าของงานดังกล่าว ปัจจุบันเธอยังเป็นเจ้าของแบรนด์ออร์แกนิคสกินแคร์ที่ชื่อว่า KORA Organics


อันดับ 8 Candice Swanepoel (ผู้ติดตาม 12 ล้านคน)
นางแบบสาววัย 29 ปีคนนี้ได้รับตำแหน่งนางฟ้าแห่ง Victoria’s Secret ไปในปี 2012 และนิตยสาร Forbes ยังจัดอันดับว่าเธอเป็นนางแบบที่ทำรายได้ได้มากเป็นอันดับ 10 ของโลกอีกด้วย


อันดับ 7 Gisele Bündchen (ผู้ติดตาม 14.3 ล้านคน)
แม้เธอคนนี้จะเป็นนางแบบที่มีอายุปาเข้าไป 37 ปีแล้ว แต่เธอก็ยังคงความแซ่บเอาไว้ไม่โรยรา ยิ่งไปกว่านั้นนิตยสาร Forbes ยังจัดอันดับว่าเธอเป็นนางแบบสาวที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก แถมยังเคยอยู่ในอันดับ 6 ของผู้หญิงที่รวยที่สุดในวงการบันเทิงอีกด้วย เรียกว่าเป็นยอดหญิงที่แท้จริงเลย


อันดับ 6 Chrissy Teigen (ผู้ติดตาม 16.9 ล้านคน)
นางแบบสาววัย 32 ปีคนนี้ แม้รูปร่างอาจจะไม่ได้ผอมเพรียวเหมือนกับนางแบบส่วนใหญ่ แต่เสน่ห์ของเธอก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นเดียวกัน แถมเธอคนนี้ยังเป็นลูกครึ่ง ไทย-อเมริกัน อีกต่างหาก ซึ่งแม่ของเธอเป็นคนจังหวัดนครราชสีมา ส่วนตัวเธอนั้นเป็นสาวที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา


อันดับ 5 Emily Ratajkowski (ผู้ติดตาม 17.4 ล้านคน)
สาวสวยปากอวบอิ่มวัย 26 ปีคนนี้ ผ่านการขึ้นปกนิตยสารมาแล้วนักต่อนัก ด้วยรูปร่างอันดูดี เผยความเซ็กซี่ พร้อมจะขยี้ใจชายได้ทุกเมื่อ จึงไม่แปลกที่จะมีคนติดตามเธอเยอะขนาดนี้


อันดับ 4 Bella Hadid (ผู้ติดตาม 17.6 ล้านคน)
นางแบบชาวอเมริกันวัย 21 ปีผู้มากประสบการณ์ เพียบพร้อมไปด้วยเรื่องของหน้าตาอันสวยคม รูปร่างที่ดูดี บวกกับการที่เธอชอบอวดความเซ็กซี่อยู่ร่ำไป ทำให้เธอมียอดติดตามในอินสตาแกรมสูงเอามากๆ แต่ก็ยังไม่มากที่สุด


อันดับ 3 Gigi Hadid (ผู้ติดตาม 39.7 ล้านคน)
สาววัย 23 ปีคนนี้คือพี่สาวของ Bella (อันดับ 4) และเธอยังติดใน Top 50 ของรายชื่อนายแบบและนางแบบในเว็บไซต์ Models.com อีกด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะในปี 2016 เธอยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนางแบบนานาชาติแห่งปี โดยสภาแฟชั่นแห่งสหราชอาณาจักร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความโด่งดังของเธอใน Victoria’s Secret


อันดับ 2 Cara Delevingne (ผู้ติดตาม 41.1 ล้านคน)
นางแบบและนักแสดงสาววัย 25 ปีผู้มากความสามารถคนนี้ เธอไม่ได้แค่มีลุคที่ทำให้ทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ต้องใจละลายเพียงอย่างเดียว เพราะความสามารถของเธอนั้นเรียกได้ว่าไม่ธรรมดา ในปี 2012 เธอได้รับรางวัล “สุดยอดนางแบบแห่งปี” จาก British Fashion Awards เรียกว่าทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆ

นอกจากนั้นเธอก็ได้ฝากผลงานการแสดงเอาไว้หลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Paper Towns , Suicide Squad หรือ Valerian เป็นต้น


อันดับ 1 Kendall Jenner (ผู้ติดตาม 90.2 ล้านคน)
เธอคนนี้คือน้องสาวของ Kim Kardashian และเป็นนางแบบวัย 22 ปีที่ฮอตฮิตแบบสุดๆ ด้วยเสน่ห์ของหน้าตาและรูปร่าง บวกกับสไตล์การแต่งตัวและการถ่ายรูปแบบชิคๆ จึงทำให้เธอได้กลายเป็นนางแบบที่มียอดติดตามในอินสตาแกรมสูงที่สุดในโลก






สูตรแทงบอลออนไลน์แบบไหลตามน้ำ

สูตรแทงบอลออนไลน์แบบไหลตามน้ำ

สำหรับสูตรนี้สามารถใช้กับการแทงบอลออนไลน์ทุกรูปแบบ โดยสูตรนี้ว่ากันว่าคนคิดคนได้สูตรมาจากกลุ่มคนที่สังเกตสกอร์บอลในเว็บไซด์แทงบอล แล้วทำการเก็บสถิติที่เกิดขึ้นของสัดส่วนการไหลหรือราคาไหล ทำให้รู้ว่าทำไมราคาบอลจึงไหล สาเหตุก็คือถ้ามีการยิงประตูเร็วตั้งแต่ในช่วงครึ่งแรกของการแข่งขัน ต่างฝ่ายก็จะพยายามทำประตูเพื่อเอาคืน และนี่เองที่ทำให้เกิดการไหลของราคาบอล สำหรับสูตรในการแทงไหลตามน้ำจะเป็นดังนี้

1. เลือกคู่ที่จะมีการแข่งขันในอีกไม่กี่นาที และทำการวิเคราะห์สถิติการเจอกัน 10 นัดหลังสุด ดูสถิติการทำประตู สำหรับข้อมูลนี้หาได้ไม่ยาก โดยสารมารถหาได้จากเว็บไซด์ที่รับแทงบอลออนไลน์

2. จากนั้นดูว่าทีมไหนสามารถทำประตูได้ในครึ่งแรกมากกว่ากันใน 10 นัดที่ผ่านมา ถ้าทีมไหนทำสกอร์ในครึ่งแรกได้มากกว่า และบ่อยกว่าก็ให้เลือกแทงทีมนั้นได้เลย

3. ระหว่างการแข่งขัน ให้เรารอเวลาราคาไหลมาที่จุด 5 จากนั้นให้เลือกสกอร์สูงในช่วงครึ่งแรกของการแข่งขันได้เลย

4. ถ้าไม่มีการทำประตูในครึ่งแรกได้ แต่สามารถยิงประตูได้ในครึ่งหลัง และคุณไม่ได้ชมบอลสดก็ไม่ควรเล่นคู่นี้ แต่ให้เปลี่ยนไปเล่นคู่อื่นแทน และอย่าวางเดิมพันถ้าการแข่งขันยังดำเนินไปไม่ถึง 75 นาที เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย

การแทงบอลสูตรนี้ปัจจุบันได้รับความนิยมพอสมควร ใครที่กำลังมองหาสูตรในการแทงบอลกันอยู่ลองดูนะครับ เพื่อให้คุณมีโอกาสชนะบอลมากกว่าเสีย


วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

5 อาชีพเสริม ทำงานผ่านเน็ตรายได้ดี อัพเดท 2018

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหางานพิเศษรายได้ดี แต่ต้องการลงทุนในงบประมาณที่จำกัดหรือไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านให้เหนื่อย “การทำงานผ่านเน็ต” อาจเป็นคำตอบของคุณค่ะ

การทำงานผ่านเน็ต เป็นอาชีพเสริมที่หลายคนให้ความสนใจมากในยุคไทยแลนด์ 4.0 เพราะใช้งบประมาณลงทุนน้อย (หรืออาจไม่เสียเลย) นอกจากนี้ยังมีความสะดวกสบายเพราะไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่มีทำเลค้าขายหรือเปิดร้านก็ไม่ใช่ปัญหา นอกจากนี้ยังเป็นงานที่เปิดกว้างและสามารถทำได้ทุกคน ยิ่งถ้าเราบริหารจัดการธุรกิจออนไลน์ของเราอย่างเป็นระบบ งานที่คิดว่าเป็นอาชีพเสริมอาจจะกลายมาเป็นรายได้หลักอีกช่องทางหนึ่งเลยก็ได้

และหากคุณยังไม่รู้ว่าการทำงานผ่านเน็ตจะมีอาชีพอะไรที่น่าสนใจและเหมาะกับตัวเราบ้าง ลองมาดูไอเดีย 5 อาชีพเสริมทำงานผ่านเน็ตที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดีกว่าค่ะ

1. ทำงานผ่านเน็ตด้วยเทคนิค Dropships

การขายของแบบ Dropships เป็นหนึ่งในเทคนิคการขายของออนไลน์ที่มาแรงมากในปัจจุบัน เหมาะกับผู้ที่ไม่มีงบประมาณเริ่มต้นในการลงทุน ไม่ต้องสต็อกสินค้าด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังสะดวกมากเพราะไม่ต้องเสียเวลาไปส่งของเองอีกด้วย

ระบบการขายแบบ Dropship ก็คือ เราอาจจะสมัครขายของกับร้านขายกระเป๋าร้านหนึ่งและได้ราคากระเป๋าเป็นราคาทุน จากนั้นก็เปิดหน้าร้านออนไลน์หรือเพจเฟซบุ๊กเพื่อโปรโมทและขายกระเป๋าต่อในอัตราที่เราจะได้กำไร เมื่อมีลูกค้าออเดอร์สินค้า ก็ทำการแจ้งและประสานงานไปที่ร้านขายกระเป๋า ทางร้านจะทำการจัดส่งสินค้าแทนเรา และเราก็โอนเงินส่วนที่เป็นค่ากระเป๋าราคาทุนให้ร้านค้าโดยเก็บส่วนที่เป็นกำไรไว้ ทั้งสะดวกและเหมาะกับผู้เริ่มต้นทำงานผ่านเน็ตเนื่องจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนค่ะ


2. ออกแบบและขายสติ๊กเกอร์ไลน์ (Line)
ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่หรือแม้แต่ผู้ใหญ่หลายๆ คนหันมาแชท แชร์ และส่งสติ๊กเกอร์น่ารักๆ หากันในแอพพลิเคชั่น Line กันมากขึ้น นั่นก็เพราะสติ๊กเกอร์ไลน์นั้นมีความน่ารัก กวนๆ ชวนให้อมยิ้ม รวมถึงมีสติ๊กเกอร์แทนอารมณ์มากมายหลายชิ้นจนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายๆ คนชื่นชอบ

แต่สิ่งที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งของแอพพลิเคชั่นไลน์ก็คือ การเปิดโอกาสให้นักออกแบบทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น สามารถขายสติ๊กเกอร์ของตัวเองบนร้านสติณกเกอร์ของไลน์ได้โดยที่เราจะได้รับส่วนแบ่งค่าสติ๊กเกอร์เมื่อมีคนซื้อไปด้วย โดยเราจะได้รับเงินถึง 50% ต่อการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ 1 ครั้ง  เพราะฉะนั้นใครที่มั่นใจว่ามีฝีมือด้านการออกแบบและวาดรูป ก็อย่าลืมลองใช้บริการ Line Creator Market เพื่อทำสติ๊กเกอร์ไลน์ออกขายดูนะคะ ถือเป็นอีกหนึ่งการทำงานผ่านเน็ตที่สร้างรายได้งามจริงๆ


3. ขายของผ่าน Facebook Fanpage

การขายของผ่านเฟซบุ๊กเริ่มต้นได้ไม่ยาก เพราะไม่ต้องเสียค่าบริการทำเว็บไซต์หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็เปิดเพจเองได้ทันที ทำให้ใครหลายคนหันมาให้ความสนใจการทำงานผ่านเน็ตด้วยการขายของผ่านเฟซบุ๊กกันอย่างมาก นอกจากนี้การเปิดร้านผ่านเฟซบุ๊กยังดูแล บริหารจัดการ และติดต่อกับลูกค้าได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และหากเราใช้งานเพจได้ชำนาญก็ยังมีออพชั่นการโปรโมทแบบเสียเงินที่จะทำให้โพสท์ของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการได้ตรงจุดและเป็นวงกว้างมากขึ้นนั่นเอง


4. เขียน E-Book ขายด้วยตัวเอง
ปัจจุบันไม่ว่าใครก็เป็นนักเขียนและสามารถมีผลงานหนังสือของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรนอกจากค่าไฟและค่าแรงในการนั่งทำงานผ่านเน็ต โดยหนังสือที่เราสามารถแต่งเอง ขายเองนั้น ก็คือหนังสือที่อยู่ในรูปแบบของ E-book นั่นเองค่ะ

การเขียน E-Book ก็เหมือนการเขียนหนังสือทั่วไปคือ มีเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จากนั้นเมื่อมีเนื้อหาแล้วก็ต้องทำการออกแบบรูปเล่มให้สวยงาม ดีงดูดและน่าสนใจ จากนั้นจึงนำไปลงขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถลงขายหนังสือได้โดยเฉพาะ และที่สำคัญปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถขายหนังสือ E-Book ได้ดีก็คือการโปรโมทให้คนรู้จักหรือเข้ามาทดลองอ่านนิยายที่เราแต่งเยอะๆ นั่นเอง

เว็บไซต์ยอดนิยมที่เราสามารถนำงานเราไปขายได้ ก็อย่างเช่น ebooks / ilovelibrary / mebmarket


5. ขายของออนไลน์ อาชีพเสริมทำงานผ่านเน็ตยอดนิยมตลอดกาล
คงไม่ต้องพูดเยอะกับ “การขายของออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมอันดับต้นๆ เป็นการทำงานผ่านเน็ตยอดนิยมตลอดกาล สังเกตได้จากพ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน

การขายของออนไลน์นั้นเราต้องลงทุนเก็บสต็อกของด้วยตัวเอง เช็กคุณภาพสินค้า ติดต่อประสานงานพูดคุยกับลูกค้าด้วยตัวเอง รวมถึงการแพ็คและส่งของ ซึ่งแน่นอนว่าการจะทำให้ธุรกิจนี้ราบรื่นได้นั้น คุณต้องวางแผนและบริหารจัดการระบบให้ดี มีระเบียบ รวมถึงต้องหาช่องทางการโปรโมทหรือสร้างหน้าร้านออนไลน์ด้วย

การขายของออนไลน์นั้นเราสามารถขายได้ทุกสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่การจะขายให้ปังได้นั้น ก็คือการเลือกสินค้าที่อินเทรนด์ มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน สามารถทำการตลาดได้เรื่อยๆ หรือหากใครมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ก็ให้เน้นนำเสนอจุดแข็งของแบรนด์ไปเลย ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าก็มีทั้งขาประจำและขาจร

การทำงานผ่านเน็ตนั้นเริ่มต้นง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก และที่สำคัญผ็ที่ทำงานผ่านเน็ตยังสามารถดูแลและกำกับเวลาว่างของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ส่วนใครที่เริ่มสนใจการทำงานผ่านเน็ตแต่ยังไม่มีไอเดียในการเริ่มต้น ก็ลองนำเอาทั้ง 5 ข้อที่เรานำมาฝากวันนี้ไปพิจารณากันดูได้นะคะ



โฉมหน้า 6 มหาเศรษฐี ที่บริจาคเงินให้การกุศล ช่วยสังคม

เคยลองจินตนาการกันเล่นๆ มั้ยว่า? ถ้าวันหนึ่งจู่ๆ เรากลายเป็นเศรษฐีพันล้านชื่อดังระดับโลกขึ้นมา เราจะเอาเงินทั้งหมดนั้นไปทำอะไรบ้าง?

แต่สำหรับเศรษฐีระดับโลกทั้ง 6 คนนี้ เชื่อว่าพวกเขาน่าจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำไปหมดแล้ว เลยนำเงินที่หามาได้บริจาคให้กับการกุศลเป็นจำนวนมาก และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของเศรษฐีที่รวยไปก็ไลฟ์บอย หันมาช่วยสังคมบ้างอะไรบ้างดีกว่า!!

Bill Gates – 28 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
หากพูดถึงคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ก็ต้องมีรายชื่อของชายคนนี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ จากการรายงานพบว่าเขายอมบริจาค 95% ของรายได้ตัวเองให้แก่มูลนิธิ Bill and Melinda Gates Foundation

ถ้าตีเป็นตัวเลขกลมๆ จาก 95% ของรายได้ที่เขาบริจาคไป ก็จะได้ตัวเลขทั้งหมดเท่ากับ 28 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา หรือราวๆ 955 พันล้านบาทนั่นเอง


Warren Buffet – 14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
ชายผู้รวยเป็นอันดับ 3 ของโลก ก่อนหน้านี้เขาเคยบริจาคเงินกว่า 14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับมูลนิธิของ Bill Gates อีกทั้งเจ้าตัวยังเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะบริจาครายได้ 99% ของเขาให้กับหน่วยงานการกุศลต่างๆ

นอกจากจะโด่งดังในเรื่องของการเงินและการลงทุนแล้ว เจ้าตัวยังถูกพูดถึงในเรื่องของลักษณะนิสัยที่รักสมถะ และใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเก่าที่ซื้อมาในราคา 40,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ เมื่อปี 1956


George Soros – 6.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
ชายผู้ถือครองอันดับที่ 29 จากการจัดอันดับคนรวยที่สุดในโลกของ Forbes ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยบริจาคเงินเพื่อการศึกษาและพยาบาลให้แก่องค์กรต่างๆ ทั่วโลกเป็นเงินสูงถึง 6.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว


Gordon Moore – 5.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
ครั้งหนึ่ง Gordon Moore ผู้ก่อตั้งแบรนด์เทคโนโลยีอย่าง Intel ได้ก่อตั้งมูลนิธิ Gordon and Betty Moore Foundation เพื่อช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม การพยาบาล การศึกษา และการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์

โดยครั้งล่าสุดที่เจ้าตัวได้บริจาคเงินมอบให้กับมูลนิธินั้น เป็นเงินสูงถึง 5.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 187 พันล้านบาท


Mark Zuckerberg – 598 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
ปัจจุบันพี่มาร์คถูกจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่รวยเป็นอันดับที่ 16 ของโลก หลังจากที่นำเฟซบุ๊กเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ได้เซ็นสัญญาร่วมกับบิล เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟต ในการก่อตั้งมูลนิธิ

ประวัติการบริจาคเงินของพี่มาร์คก็ต้องถือว่าใจบุญสุดๆ เพราะเจ้าตัวเคยบริจาคเงินกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ให้กับโรงเรียนในนิวเจอร์ซี่ย์ เมื่อปี 2010 และบริจาคเงินอีกกว่า 18 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ให้กับมูลนิธิของซิลิค่อนวัลเล่ย์


John and Laura Arnold – 500 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ
นักธุรกิจที่ร่ำรวยมาจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ และภรรยาเจ้าของบริษัททนายความของเขา ได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรม อีกทั้งได้บริจาคเงินเพื่อการศึกษาให้แก่โรงเรียนประถมทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเงินสูงถึงร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ

นอกจากนั้น John Arnold ยังเคยบริจาคเงินให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อเป็นการสนับสนุน Ivy League (การแข่งขันกีฬาจาก 8 มหาวิทยาลัยเก่าแก่ระดับโลก) เป็นเงินสูงกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว



3 วิธีออมเงินแบบแฮปปี้ แถมเคล็ดลับวางแผนการเงิน-ลงทุนเพื่ออนาคต

หลายคนคงมีปัญหาอยากจะออมเงิน แต่เวลาที่เก็บเงินรู้สึกไม่มีความสุข เพราะนู่นก็ห้ามซื้อ นี่ก็ห้ามใช้ ฯลฯ ซึ่งที่จริงแล้วเคล็ดลับในการออมคือ เงินก็ต้องเก็บ แต่ก็ต้องใช้เงินอย่างมีความสุขด้วย และไม่ใช่แค่สุขในปัจจุบัน แต่วางแผนเผื่ออนาคตด้วย

วางแผนการเงิน-ออมแบบไหนให้ชีวิตแฮปปี้ตั้งแต่ตอนนี้ถึงอนาคต
บางคนเขาออมเก่ง แต่ก็ไม่แฮปปี้  ส่วนบางคนใช้เงินเก่งก็ไม่มีเงินอนาคต แถมปัญหาใหญ่ของทุกคนบนโลกคือ เราไม่รู้ว่าอนาตตจะเป็นอย่างไร เพราะเศรษฐกิจเมื่อโตขึ้นของก็แพงขึ้นตามเงินเฟ้อ ดังนั้นการเก็บเงินในวันนี้จะพอใช้ในอนาคตหรือ?  ซึ่งการจะออมเงินได้เราต้องแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ

1. วิเคราะห์และคิดต่อว่าสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ในการใช้ชีวิตว่ามีอะไรบ้าง เช่น ค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ฯลฯ ซึ่งปัจจัย 4 ของแต่ละคนต่างกัน อย่างบางคนอาจจะเลือกที่จะซื้อรถเพราะสามารถใช้ขายของสร้างรายได้ วิธีการออมก็ขึ้นอยู่กับความถนัดเช่น แยกเงินออมออกมาก่อนใช้จ่าย เป็นต้น

2. ออมเงินแบ่งตามเป้าหมาย เช่น แบ่งเงินสำหรับออมเพื่อใช้หลังเกษียณ ซื้อรถ ซื้อบ้าน แต่งงาน ฯลฯ เพราะจะสามารถแยกแยะ และวางแผนได้ว่าใช้ระยะเวลาในการออมเท่าไร และลงทุนแบบไหนได้บ้าง ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดคือ การแยกแต่ละบัญชีเลยว่าออมเพื่อใช้กับอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นชัดเจน และเรามีวินัยมากขึ้นไม่เผลอดึงไปใช้จ่ายกับส่วยอื่น เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเก็บรวมในบัญชีเดียว หรืออาจจะแยกแค่ LTF RMF เท่านั้น

3. ต้องไม่ลืมแบ่งเงินส่วนความสุขไว้ แต่ต้องลดสิ่งฟุ่มเฟือยในชีวิตด้วย เช่น แบ่งงบให้ตัวเองว่า 1 ปีนี้หลังจากรายได้หักค่าใช้จ่าย หักภาษีแล้วเหลือเงินเท่าไร แล้วค่อยแบ่งว่าจะใช้เพื่อความสุขเพื่อชีวิตเท่าไร แต่ห้ามใช้เกินงบที่ตั้งไว้


เล่นหุ้นมันยาก แต่ออมหุ้นไม่ยากแถมเสี่ยงต่ำกว่า

แน่นอนว่าเมื่อเก็บเงินได้แล้ว จะใช้เงินเพื่อผลตอบแทนอย่างไรได้บ้าง หลักที่เห็นชัดเจนคือ High Risk High Return หรือเสี่ยงสูงก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง อย่างหุ้น ถือว่ามีความเสี่ยงสูง แต่เราต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่า ตนเองต้องการลงทุนในหุ้น หรือ เก็งกำไรในหุ้น เช่น คนที่อยากซื้อ-ขายหุ้นแล้วได้กำไรในระยะสั้น หรือไม่ได้ดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ส่วนคนที่อยากออมหุ้น คือเปลี่ยนจากการออมเงินในบัญชีเงินฝาก (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันเฉลี่ย 0.5%) และยังออมตามเป้าหมายต่างๆที่ตั้งไว้ ปัจจัยหลักที่ต้องดูคือ

ต้องรู้จักและศึกษาหุ้น บริษัท อุตสาหกรรมนั้นอย่างเต็มที่ มองอนาคตการเติบโตระยะยาว และเข้าซื้อหุ้นเก็บไว้อย่างสม่ำเสมอ (ไม่ต้องรอเก็บเงินเป็นก้อนแล้วซื้อตอนหุ้นถูก)

อย่างไรก็ตามการลงทุนในตลาดไทยช่วง 40 ปีที่ผ่านมา (ไทยเจอวิกฤตมา 3 ครั้ง เช่น ต้มยำกุ้ง สงครามอ่าวเปอร์เซีย แฮมเบอร์เกอร์) ถ้าทยอยซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนเงินเท่าๆกันจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 8% เรียกว่าวิธีการแบบ DCA (dollar-cost averaging) หรือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน